Customer Journey ตัวช่วยเพิ่มความสำเร็จของการตลาดออนไลน์
การทำธุรกิจในยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะขายสินค้าหรือบริการรูปแบบไหนก็ตาม การสร้างประสบการณ์ที่ดีและทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจจนต้องกลับมาซื้อซ้ำ ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จตามที่ต้องการ บทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Customer Journey หรือ "เส้นทางการเดินทางของลูกค้า" ว่าการที่จะทำให้ลูกค้าพึงพอใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีต้องทำอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณมองเห็นภาพรวมของธุรกิจว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนในเรื่องใด เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาได้แบบตรงจุด รวมถึงเจาะลึกการใช้งาน Customer Journey Map เพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จและเป็นที่จดจำ
Customer Journey กับการทำการตลาดออนไลน์สำคัญแค่ไหน
Customer Journey คือกระบวนการที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจเข้ามาซื้อสินค้าหรือบริการ โดยผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ตั้งแต่การรู้จักแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อ รวมถึงการกลับมาซื้อซ้ำหรือแนะนำต่อให้กับผู้อื่น นอกจากนี้ Customer Journey ยังมีความสำคัญสำหรับการทำการตลาดออนไลน์อย่างมากในปัจจุบันอีกด้วย เพราะ
ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
การวิเคราะห์เส้นทางการเดินทางของลูกค้าทำให้ธุรกิจสามารถเข้าใจได้ว่าอะไรเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นหรือขัดขวางการตัดสินใจของลูกค้า คุณจะมองเห็นจุดที่ควรปรับปรุงเพื่อเพิ่มโอกาสในการขายและสร้างความพึงพอใจให้มากขึ้น
การออกแบบประสบการณ์ที่ตรงใจ
เมื่อเข้าใจ Customer Journey ธุรกิจก็จะสามารถออกแบบประสบการณ์ที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ เช่น การปรับหน้าเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย หรือการให้บริการลูกค้าผ่านแชทบอทที่ตอบสนองรวดเร็ว
เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สื่อการตลาด
การเข้าใจ Customer Journey ช่วยให้ธุรกิจเลือกช่องทางการตลาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละช่วงของการเดินทาง เช่น การใช้โฆษณาแบบ Retargeting สำหรับกลุ่มที่เคยเข้าชมเว็บไซต์แต่ยังไม่ได้ซื้อสินค้า
เสริมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
การมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับ Customer Journey ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์ และมีโอกาสที่จะกลับมาซื้อซ้ำและกลายเป็นผู้แนะนำสินค้าให้กับคนรอบข้าง
Customer Journey มีเส้นทางกลยุทธ์แบบไหน ที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ
Customer Journey หรือเส้นทางการเดินทางของลูกค้า ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขั้นตอนทางการตลาดที่ธุรกิจต้องทำความเข้าใจเท่านั้น แต่ยังเป็นเส้นทางสำคัญที่สามารถกำหนดอนาคตของธุรกิจได้ การรู้และเข้าใจแต่ละขั้นตอนใน Customer Journey จะช่วยให้ธุรกิจสามารถปรับปรุงกระบวนการทำงาน สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และส่งเสริมให้ลูกค้ากลายเป็นแฟนพันธุ์แท้ที่พร้อมสนับสนุนแบรนด์ตลอดไป เรามาลองสำรวจ Customer Journey 5 ขั้นตอน และดูว่าธุรกิจจะใช้ประโยชน์จากแต่ละขั้นตอนนี้อย่างไรบ้าง
1. การรับรู้ (Awareness)
ขั้นตอนแรกของ Customer Journey คือช่วงที่ลูกค้าเริ่มรู้จักแบรนด์ หรือรับรู้ถึงปัญหาที่ตนเองมีและต้องการหาทางแก้ไข ในขั้นตอนนี้การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและน่าจดจำเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งอาจเลือกใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เช่น การสร้างโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย การใช้ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับการค้นหา หรือ การทำคอนเทนต์ที่ให้ข้อมูลหรือแก้ปัญหา เป็นต้น
2. การพิจารณา (Consideration)
หลังจากลูกค้ารับรู้ถึงแบรนด์แล้ว พวกเขาจะเริ่มเปรียบเทียบและพิจารณาตัวเลือกที่ดีที่สุดในตลาด ช่วงนี้คือเวลาที่ธุรกิจต้องเน้นแสดงจุดเด่นและคุณค่าของสินค้า โดยอาจใช้กลยุทธ์เหล่านี้ เช่น การนำเสนอรีวิวหรือคำแนะนำจากลูกค้าจริง , การจัดทำเนื้อหาที่แสดงความเชี่ยวชาญ เช่น บล็อกโพสต์หรือวิดีโอแนะนำสินค้า เป็นต้น
3. การซื้อสินค้า (Purchase)
เมื่อถึงจุดที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ธุรกิจต้องมั่นใจว่ากระบวนการซื้อขายมีความสะดวก ราบรื่น และปลอดภัย ซึ่งคุณสามารถนำกลยุทธ์ต่าง ๆ เหล่านี้ไปใช้ได้เลย เช่น
- การออกแบบเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันให้ใช้งานง่าย
- การเพิ่มช่องทางชำระเงินที่หลากหลาย
- การให้บริการลูกค้าที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
4. การใช้ซ้ำ (Retention)
การทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จระยะยาว ขั้นตอนนี้เน้นที่การสร้างความพึงพอใจและความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า เช่น การส่งอีเมลแจ้งเตือนโปรโมชั่นพิเศษ การมีโปรแกรมสะสมแต้มหรือสิทธิพิเศษ หรือ การให้บริการหลังการขายที่ยอดเยี่ยม เป็นต้น
5. การบอกต่อ (Advocacy)
ขั้นตอนสุดท้ายและมีมูลค่าสูงสุด คือการที่ลูกค้ากลายเป็นผู้สนับสนุนและบอกต่อแบรนด์ไปยังผู้อื่น ซึ่งถือว่าเป็นผลลัพธ์ของการสร้างประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ขั้นตอนนี้อาจใช้เทคนิค การขอรีวิวหรือความคิดเห็นจากลูกค้า การมอบรางวัลสำหรับการแนะนำเพื่อน การสร้างชุมชนหรือกิจกรรมที่ให้ลูกค้ารู้สึกมีส่วนร่วม
วิเคราะห์ข้อมูลแบบ Customer Journey Map
หลังจากที่ทำความรู้จักกับ Customer Journey กันไปแล้ว คราวนี้เรามาดูในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลกันบ้าง โดยในส่วนนี้ขอแนะนำให้ใช้ Customer Journey Map หรือแผนผังเส้นทางการเดินทางของลูกค้า ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์และเข้าใจความต้องการลูกค้าได้อย่างตรงจุด โดยจะเริ่มตั้งแต่เริ่มรู้จักแบรนด์ ไปจนถึงการตัดสินใจซื้อและการบอกต่อ อีกทั้งแผนผังนี้จะช่วยทำให้ธุรกิจมองเห็นจุดสัมผัส (Touchpoints) ต่าง ๆ ที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ รวมถึงระบุปัญหาและโอกาสในการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าได้แบบชัดเจนอีกด้วย
เรามาดูกันว่า Customer Journey Map มีรายละเอียดการใช้งานอย่างไรบ้าง เพื่อให้คุณสามารถออกแบบประสบการณ์ที่สอดคล้องและตรงใจมากที่สุด
- ขั้นตอนหรือเฟสต่าง ๆ
การระบุขั้นตอนตั้งแต่การรับรู้ (Awareness) การพิจารณา (Consideration) การซื้อ (Purchase) ไปจนถึงการใช้ซ้ำ (Retention) และการบอกต่อ (Advocacy) จะช่วยทำให้ธุรกิจเห็นภาพรวมของเส้นทางการเดินทางของลูกค้าได้ชัดเจนมากขึ้น
- จุดปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์
รูปแบบนี้จะเป็นจุดที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ เช่น การเยี่ยมชมเว็บไซต์ การเห็นโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย การพูดคุยกับทีมบริการลูกค้า ฯลฯ
- ความต้องการของลูกค้า
ในแต่ละขั้นตอน ลูกค้ามักมีความต้องการที่แตกต่างกัน การระบุความต้องการเหล่านี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุด
- ความรู้สึกและประสบการณ์
ระบุว่าลูกค้ารู้สึกอย่างไรในแต่ละจุดสัมผัส เช่น ความพึงพอใจ ความสับสน หรือความไม่พอใจ เพื่อหาแนวทางปรับปรุงประสบการณ์
- อุปสรรคหรือปัญหา
ระบุจุดที่ลูกค้าอาจประสบปัญหา เช่น หน้าเว็บไซต์โหลดช้า กระบวนการชำระเงินซับซ้อน หรือการบริการที่ทำให้เกิดความล่าช้า เป็นต้น
- โอกาสในการปรับปรุง
การระบุโอกาสในการพัฒนา เช่น การเพิ่มช่องทางติดต่อ การปรับปรุงการสื่อสาร หรือการสร้างโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม
Customer Journey มีประโยชน์ในด้านใดบ้าง
ในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจดุเดือด การทำความเข้าใจลูกค้าในเชิงลึกไม่ใช่แค่ข้อได้เปรียบ แต่เป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกธุรกิจต้องให้ความสำคัญ Customer Journey ช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นทุกจุดที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์ ตั้งแต่เริ่มรู้จัก ไปจนถึงการกลายเป็นลูกค้าประจำหรือผู้แนะนำแบรนด์ การเข้าใจ Customer Journey ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสในการปรับปรุงการดำเนินงาน และเพิ่มโอกาสทางการตลาดได้อีกด้วย
- เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง
การศึกษาขั้นตอนต่าง ๆ ใน Customer Journey ช่วยให้ธุรกิจรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไรในแต่ละช่วง และจุดไหนที่ส่งผลต่อการตัดสินใจมากที่สุด
- ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า
ด้วยข้อมูลที่ได้จาก Customer Journey ธุรกิจสามารถปรับปรุง Touchpoints ที่ยังเป็นจุดอ่อน และสร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำให้กับลูกค้า
- เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้สื่อการตลาด
Customer Journey ช่วยให้ธุรกิจเลือกใช้เครื่องมือและช่องทางการตลาดได้เหมาะสม เช่น การเลือกทำโฆษณา Retargeting หรือการส่งอีเมลแจ้งเตือนลูกค้าเฉพาะกลุ่ม
- สร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า
การทำความเข้าใจเส้นทางของลูกค้าช่วยให้ธุรกิจสามารถออกแบบกลยุทธ์ในการรักษาลูกค้าเก่า และสร้างความภักดีต่อแบรนด์
- ลดอุปสรรคในกระบวนการซื้อขาย
การระบุปัญหาหรือ Pain Points ที่ลูกค้าพบเจอ ช่วยให้ธุรกิจสามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้รวดเร็วและตรงจุด เช่น การปรับปรุงขั้นตอนการชำระเงิน หรือเพิ่มช่องทางการติดต่อที่สะดวก
- เสริมสร้างโอกาสในการขายต่อเนื่อง
การเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละขั้นตอน ช่วยให้ธุรกิจสามารถแนะนำสินค้าหรือบริการเพิ่มเติมที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า
- เพิ่มโอกาสในการบอกต่อและสร้างความน่าเชื่อถือ (Advocacy)
เมื่อธุรกิจสร้างประสบการณ์ที่ดีตลอด Customer Journey ลูกค้าก็จะมีแนวโน้มที่จะบอกต่อและแนะนำแบรนด์ให้คนรอบข้าง
Customer Journey กับการเติบโตของธุรกิจ
การเข้าใจและออกแบบ Customer Journey อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตและประสบความสำเร็จในยุคที่ลูกค้ามีทางเลือกมากมาย การวางแผนเส้นทางการเดินทางของลูกค้าอย่างละเอียดช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดี และตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างการรับรู้ การส่งเสริมให้เกิดการพิจารณา ไปจนถึงการกระตุ้นการซื้อ การรักษาลูกค้าเดิม และการบอกต่อ
ทุกขั้นตอนใน Customer Journey คือโอกาสในการสร้างความประทับใจและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน ธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ Customer Journey ย่อมได้เปรียบในตลาดที่มีการแข่งขันสูง อีกทั้งยังสามารถสร้างฐานลูกค้าที่ภักดี และเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคในระยะยาว











