สัญชาติและกฎหมาย สิทธิของบุคคลไร้สัญชาติในประเทศไทย
สัญชาติเป็นแนวคิดที่มีความสำคัญทางด้านกฎหมายและสังคม หมายถึงความเป็นสมาชิกของบุคคลในรัฐหรือประเทศหนึ่งๆ โดยการถือสัญชาติทำให้บุคคลมีสิทธิและหน้าที่ที่ถูกกำหนดไว้ตามกฎหมายของประเทศนั้นๆ ซึ่งรวมถึงสิทธิในการเข้าถึงบริการต่างๆ จากรัฐ การได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเมือง เช่น การเลือกตั้ง นอกจากนี้ สัญชาติยังเกี่ยวข้องกับเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของบุคคล ซึ่งอาจรวมถึงภาษาพื้นเมือง วัฒนธรรม และขนบธรรมเนียมที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศนั้น บทความนี้เราจะมาเจาะลึกถึงการได้มาซึ่งสัญชาติคืออะไร การได้มาของสัญชาติมีอะไรบ้าง รวมถึงประเด็นละเอียดอ่อนที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการไร้สัญชาติ และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติพวกนี้กัน
สัญชาติ มีความหมายและความสำคัญอะไร
สัญชาติ คือความผูกพันทางกฎหมายระหว่างบุคคลกับรัฐหนึ่งรัฐใด โดยบ่งบอกถึงความเป็นพลเมืองและสิทธิที่ได้รับจากรัฐนั้น ๆ สัญชาติเป็นเหมือนบัตรผ่านที่เปิดประตูสู่สิทธิและหน้าที่ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้ง สิทธิในการได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย หรือสิทธิในการถือครองทรัพย์สิน
ความสำคัญของสัญชาติ นั้นมีหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประเทศชาติ
- ระดับบุคคล: สัญชาติกำหนดตัวตนและเอกลักษณ์ของบุคคล ให้สิทธิในการเดินทางไปมาและอาศัยอยู่ในประเทศนั้น ๆ รวมถึงสิทธิในการเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ
- ระดับชุมชน: สัญชาติเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเป็นเอกภาพและความร่วมมือในชุมชน ส่งเสริมให้เกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ
- ระดับประเทศชาติ: สัญชาติเป็นรากฐานของการสร้างชาติและความมั่นคงของประเทศ ช่วยปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของพลเมือง และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
การได้มาซึ่งสัญชาติในประเทศไทย
การได้มาซึ่งสัญชาติของแต่ละประเทศจะมีกฎหมายและขั้นตอนในการขอสัญชาติที่แตกต่างกันออกไป โดยการได้มาซึ่งสัญชาติไทย สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
1. ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิด
ตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 และการแก้ไขเพิ่มเติมในปี พ.ศ. 2551 บุคคลสามารถได้รับสัญชาติไทยโดยกำเนิดในกรณีต่อไปนี้
- เกิดในประเทศไทย: บุคคลที่เกิดในประเทศไทย โดยมีบิดาหรือมารดาอย่างน้อยหนึ่งคนมีสัญชาติไทย จะถือว่ามีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
- บุตรของผู้มีสัญชาติไทย: บุคคลที่เกิดในต่างประเทศ แต่มีบิดาหรือมารดาอย่างน้อยหนึ่งคนมีสัญชาติไทย สามารถขอรับสัญชาติไทยได้ภายใต้เงื่อนไขบางประการ เช่น มีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย หรือบิดามารดาแจ้งเกิดภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
2. ได้สัญชาติไทยโดยกระบวนการทางกฎหมาย
บุคคลที่ไม่ได้สัญชาติไทยโดยกำเนิดยังสามารถขอสัญชาติไทยได้ผ่านการกระทำทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึงกระบวนการดังต่อไปนี้
- การสมรส: บุคคลต่างชาติที่สมรสกับคนไทย สามารถขอรับสัญชาติไทยได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด เช่น อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง และมีรายได้เพียงพอ
- การรับบุตรบุญธรรม: บุคคลต่างชาติที่ได้รับการรับรองบุตรบุญธรรมโดยคนไทย สามารถขอรับสัญชาติไทยได้ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
- การอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน: บุคคลต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน (ปกติไม่ต่ำกว่า 5 ปี) และมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ต้องมีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยเป็นระยะเวลาหนึ่ง มีความประพฤติดี มีความรู้ภาษาไทย และมีอาชีพหรือการทำงานที่มั่นคง สามารถขอรับสัญชาติไทยได้
- กรณีอื่นๆ: มีกรณีอื่นๆ ที่สามารถขอรับสัญชาติไทยได้ เช่น กรณีที่มีความผูกพันกับประเทศไทยเป็นพิเศษ หรือกรณีที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
เงื่อนไขและขั้นตอนการขอสัญชาติไทย
การขอรับสัญชาติไทย จะต้องยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น อำเภอ หรือสำนักงานทะเบียนราษฎร พร้อมทั้งนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ไปประกอบการพิจารณา ซึ่งเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละกรณี เช่น หนังสือเดินทาง, สูติบัตร, ทะเบียนบ้าน, หลักฐานแสดงการสมรส, หลักฐานแสดงการประกอบอาชีพ และหลักฐานแสดงรายได้ เป็นต้น
ปัญหาภาวะไร้สัญชาติคืออะไร ส่งผลกระทบอย่างไร?
ภาวะไร้สัญชาติ หมายถึง สถานะของบุคคลที่ไม่มีสัญชาติใด ๆ ในโลก กล่าวคือ ไม่เป็นพลเมืองของประเทศใดประเทศหนึ่ง บุคคลเหล่านี้จะไม่มีเอกสารแสดงตนที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น บัตรประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ทำให้ขาดสิทธิขั้นพื้นฐานหลายประการ
ปัญหาภาวะไร้สัญชาติในประเทศไทย มักเกิดขึ้นในกลุ่มชาติพันธุ์หรือชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่ตามชายแดน หรือกลุ่มคนที่อพยพเข้ามาในประเทศ เช่น ชาวเขาในภาคเหนือ หรือผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลให้บุคคลเหล่านี้ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน ไม่มีสิทธิในการศึกษา การรักษาพยาบาล หรือการทำงาน และมักถูกจำกัดการเคลื่อนไหวในพื้นที่ที่อาศัยอยู่
บุคคลที่ไร้สัญชาติมักจะประสบปัญหาในหลายด้าน เนื่องจากขาดสิทธิขั้นพื้นฐานที่พลเมืองของประเทศได้รับ เช่น
- การเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน: บุคคลไร้สัญชาติมักจะเข้าไม่ถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เช่น สิทธิในการศึกษา การรักษาพยาบาล สิทธิในการทำงาน และสิทธิในการมีส่วนร่วมทางการเมือง
- ความยากลำบากในการดำเนินชีวิต: การไม่มีเอกสารที่ถูกต้องทำให้บุคคลไร้สัญชาติประสบปัญหาในการเดินทาง การซื้อขายทรัพย์สิน และการเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ
- ความเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบ: บุคคลไร้สัญชาติมักถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำงาน ถูกกดค่าแรง และไม่มีช่องทางในการเรียกร้องความเป็นธรรม
- ปัญหาทางสังคม: ภาวะไร้สัญชาติอาจนำไปสู่ปัญหาทางสังคม เช่น ความยากจน การว่างงาน และอาชญากรรม
บุคคลไร้สัญชาติในไทย มีใครบ้าง?
ในประเทศไทยมีบุคคลไร้สัญชาติหลายกลุ่มที่อาศัยอยู่และประสบกับปัญหานี้ โดยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชนกลุ่มน้อยหรือกลุ่มผู้ย้ายถิ่นฐานที่ไม่มีเอกสารรับรองตัวตน ซึ่งกลุ่มหลักๆ ของบุคคลไร้สัญชาติในไทย ได้แก่
- กลุ่มชนเผ่าพื้นเมืองและกลุ่มชาติพันธุ์
ชนเผ่าพื้นเมืองหรือชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ตามพื้นที่ชายแดนและภูเขาสูง เช่น ในภาคเหนือของประเทศไทย กลุ่มที่มีปัญหาไร้สัญชาติมากที่สุด ได้แก่
- ชาวเขาเผ่าต่างๆ เช่น กะเหรี่ยง ม้ง ลาหู่ ลีซู อาข่า ฯลฯ หลายคนเกิดในประเทศไทยแต่ไม่มีหลักฐานการเกิดหรือเอกสารระบุตัวตน ทำให้ไม่ได้รับสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ
- กลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่และกลุ่มอื่นๆ ที่อพยพเข้ามาในประเทศไทยจากเมียนมา เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองหรือปัญหาทางเศรษฐกิจ
- ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพจากประเทศเพื่อนบ้าน
- ชาวโรฮิงญา ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์มุสลิมที่อพยพเข้ามาในไทยจากเมียนมา หนีจากการกดขี่ทางเชื้อชาติและศาสนา หลายคนอาศัยอยู่ในประเทศไทยโดยไม่มีสัญชาติหรือสถานะทางกฎหมาย
- กลุ่มผู้ลี้ภัยจากเมียนมา รวมถึงกลุ่มคนที่หนีภัยสงครามและการสู้รบในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา โดยพวกเขาไม่ได้รับการรับรองสัญชาติจากเมียนมาและไม่ได้รับสัญชาติไทยเช่นกัน
- ลูกหลานของผู้ที่ไม่มีสัญชาติ
ลูกหลานของผู้ไร้สัญชาติที่เกิดในประเทศไทยหรืออาศัยอยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน มักไม่สามารถได้รับสัญชาติไทยได้ง่าย เนื่องจากขาดหลักฐานการเกิดหรือการรับรองสัญชาติของบิดามารดา ทำให้กลายเป็นบุคคลไร้สัญชาติต่อเนื่อง
- ผู้พลัดถิ่น
บางคนที่เคยเป็นคนไทยหรือมีเชื้อสายไทย แต่ย้ายไปอยู่ในประเทศอื่น และไม่มีการยืนยันสถานะพลเมืองของพวกเขาเมื่อกลับมายังประเทศไทย ทำให้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนเองเป็นพลเมืองไทยตามกฎหมาย
- กลุ่มคนที่ไม่สามารถพิสูจน์การเกิดได้
บุคคลที่เกิดในพื้นที่ห่างไกล เช่น พื้นที่ชายแดนหรือบนภูเขา และไม่ได้จดทะเบียนการเกิดในระบบทะเบียนราษฎร ทำให้ไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนและสถานะทางกฎหมายในประเทศไทย
- กลุ่มแรงงานข้ามชาติที่ไม่มีเอกสารแสดงตัวตน
แรงงานข้ามชาติที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว กัมพูชา ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยโดยไม่มีเอกสารที่ถูกต้องหรือถูกจำกัดในเรื่องสถานะทางกฎหมาย และบางคนอาจกลายเป็นบุคคลไร้สัญชาติโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายของประเทศตนเอง
การแก้ไขปัญหาภาวะไร้สัญชาติ เพื่อยุติภาวะไร้สัญชาติ
ประเทศไทยได้ดำเนินการหลายแนวทางผ่านหน่วยงานต่าง ๆ เช่น รัฐบาลไทย หรือองค์กรเอกชนอย่าง UNHCR เพื่อแก้ไขปัญหาและลดจำนวนบุคคลไร้สัญชาติ โดยมุ่งเน้นให้บุคคลเหล่านี้ได้รับสัญชาติไทยหรือสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน แนวทางการทำงานของหน่วยงานเหล่านี้มีดังนี้
- การแก้ไขกฎหมายและนโยบายสัญชาติ
ประเทศไทยได้มีการแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายเพื่อช่วยให้บุคคลไร้สัญชาติสามารถขอสัญชาติไทยได้ง่ายขึ้น เช่น
- พระราชบัญญัติสัญชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 กฎหมายฉบับนี้ช่วยให้ชนกลุ่มน้อยหรือบุคคลที่เกิดในประเทศไทยแต่ไม่ได้รับการจดทะเบียน สามารถขอสัญชาติไทยได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มชาวเขาและชาติพันธุ์อื่นๆ ที่อาศัยในประเทศมาเป็นเวลานาน
- รัฐบาลได้ออกกฎกระทรวงและคำสั่งเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจสอบและมอบสัญชาติให้แก่ผู้ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์
- กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
กรมการปกครองเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบในการจดทะเบียนบุคคลที่ไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยมีแนวทางการดำเนินการดังนี้
- ส่งเสริมการจดทะเบียนการเกิดในทุกพื้นที่ เพื่อให้เด็กที่เกิดในประเทศไทยได้รับเอกสารแสดงตัวตนที่ถูกต้อง และสามารถขอสัญชาติไทยตามกฎหมาย
- โครงการยื่นคำร้องขอสัญชาติไทยให้แก่บุคคลไร้สัญชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยนาน และมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยเฉพาะในกลุ่มชนเผ่าและชาติพันธุ์ในพื้นที่ห่างไกล
- การให้บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน สำหรับบุคคลไร้สัญชาติที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย แต่ต้องการยืนยันตัวตนเพื่อเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานบางอย่าง
- กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการและนโยบายที่เปิดโอกาสให้เด็กไร้สัญชาติเข้าถึงการศึกษา แม้ว่าพวกเขาจะไม่มีเอกสารประจำตัวที่สมบูรณ์ เช่น
โครงการศึกษาสำหรับเด็กไร้สัญชาติ หรือเด็กที่ไม่มีเอกสารหรือสถานะทางกฎหมายสามารถเข้าเรียนในโรงเรียนรัฐและโรงเรียนในระบบได้โดยไม่ต้องใช้เอกสารรับรองการเกิด ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เด็กเหล่านี้มีโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกับเด็กไทย
- กระทรวงสาธารณสุข
กระทรวงสาธารณสุขได้มีนโยบายให้บุคคลไร้สัญชาติเข้าถึงบริการสาธารณสุขพื้นฐานได้อย่างเท่าเทียม
การให้บริการด้านสาธารณสุข โดยผู้ไร้สัญชาติสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนและพื้นที่ที่มีชุมชนไร้สัญชาติหนาแน่น นอกจากนี้ยังมีการออกบัตรประกันสุขภาพสำหรับแรงงานข้ามชาติและบุคคลไร้สัญชาติ
- องค์กรระหว่างประเทศและภาคเอกชน
เช่น องค์กร UNHCR (สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ) ที่ได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการช่วยให้บุคคลไร้สัญชาติได้รับสถานะทางกฎหมายและสิทธิในการเข้าถึงบริการต่างๆ โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นและประชาสังคม และองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) หลายองค์กรทำงานในการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย การประสานงานกับหน่วยงานรัฐบาล และช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติในขั้นตอนการยื่นคำร้องขอสัญชาติ
- โครงการรัฐและท้องถิ่น
หลายจังหวัดในพื้นที่ชายแดนหรือที่มีชนกลุ่มน้อยอาศัยอยู่ได้จัดทำโครงการพิเศษเพื่อเร่งรัดการแก้ปัญหาภาวะไร้สัญชาติ เช่น
- โครงการตรวจสอบและออกเอกสารประจำตัว โดยให้มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ห่างไกลเพื่อสำรวจและช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติที่ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนหรือออกเอกสารแสดงตัวตน
- การประสานงานกับท้องถิ่นและชุมชน โดยให้หน่วยงานท้องถิ่นทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อช่วยบุคคลไร้สัญชาติในการหาข้อมูลเอกสารที่จำเป็นต่อการขอสัญชาติ
- การรับรองสิทธิทางกฎหมายในศาล
บุคคลไร้สัญชาติที่มีเอกสารยืนยันหรือสามารถพิสูจน์ตัวตนได้บางส่วน สามารถใช้สิทธิทางกฎหมายในการขอสัญชาติไทยผ่านการยื่นฟ้องต่อศาล ซึ่งมีทนายความและกลุ่มสิทธิมนุษยชนช่วยให้คำปรึกษาในกระบวนการนี้
ร่วมให้การช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ
คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของพวกเขาได้ ด้วยการเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เช่น
- ร่วมเป็นอาสาสมัคร
การเป็นอาสาสมัครเป็นโอกาสที่ดีในการช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นการสอนหนังสือให้เด็ก ๆ ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา หรือช่วยเหลือด้านการให้คำปรึกษาทางกฎหมายเพื่อให้พวกเขาได้รับสิทธิทางกฎหมายที่ควรได้รับ คุณสามารถเข้าร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่ทำงานในพื้นที่ที่มีปัญหาไร้สัญชาติ เช่น UNHCR หรือองค์กรที่ช่วยเหลือในชุมชนไร้สัญชาติ
- ร่วมบริจาคเงิน
การบริจาคเงินสามารถช่วยสนับสนุนโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาเอกสารประจำตัว การสนับสนุนด้านการศึกษา หรือการเข้าถึงการรักษาพยาบาล เงินบริจาคจะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ที่อยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเหล่านี้
- หาทุนการศึกษา
เด็กไร้สัญชาติมักขาดโอกาสในการศึกษาเนื่องจากปัญหาทางสถานะทางกฎหมาย คุณสามารถช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้แก่เด็กเหล่านี้ได้โดยการร่วมเป็นผู้สนับสนุนทุนการศึกษา เพื่อให้พวกเขาได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาตนเอง การศึกษาที่ดีจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้พวกเขามีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตได้
- บริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอน
อีกวิธีหนึ่งในการช่วยเหลือคือการบริจาคอุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา หนังสือเรียน หรือแม้แต่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล การบริจาคเหล่านี้ช่วยให้เด็กที่ไร้สัญชาติสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
- ร่วมกิจกรรมระดมทุนและส่งเสริมการรับรู้
คุณสามารถจัดหรือเข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนเพื่อช่วยเหลือบุคคลไร้สัญชาติ และเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานี้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือการจัดสัมมนาเพื่อสร้างความตระหนักและเข้าใจในสังคมเกี่ยวกับปัญหาไร้สัญชาติ
ภาวะไร้สัญชาติ ปัญหาที่ซับซ้อนและผลกระทบร้ายแรง
ปัญหาภาวะไร้สัญชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดน และกลุ่มผู้ที่ไม่มีเอกสารแสดงตนที่ถูกต้อง ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนเป็นอย่างมาก การแก้ไขปัญหาภาวะไร้สัญชาติเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องใช้เวลา แต่ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราหวังว่าจะสามารถลดจำนวนบุคคลไร้สัญชาติ และสร้างสังคมที่เท่าเทียมกันมากขึ้น
ปัจจุบันความพยายามในการแก้ไขปัญหา ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ องค์กรพัฒนาเอกชน รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNHCR ต่างให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะไร้สัญชาติ และมีการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหานี้ เช่น การออกกฎหมายและนโยบายที่เอื้อต่อการแก้ไขสถานะของบุคคลไร้สัญชาติ การให้ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาแก่ประชาชน และการสนับสนุนให้บุคคลไร้สัญชาติเข้าถึงบริการสาธารณะต่างๆ เป็นต้น



