ปวดท้องประจำเดือนเกิดจากอะไร รวมวิธีบรรเทาอาการที่เห็นผล!
เมื่อถึงช่วงรอบเดือน หลายคนต้องเผชิญกับอาการปวดท้องประจำเดือน หรือที่เรียกกันว่า ปวดท้องเมนส์ ซึ่งสร้างความไม่สบายตัวทั้งทางร่างกายและอารมณ์ อาการปวดมักเกิดบริเวณท้องน้อย มีตั้งแต่ปวดหน่วงเบา ๆ ไปจนถึงปวดบีบรุนแรง บางรายอาจมีอาการร่วมอย่างปวดหลัง คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะร่วมด้วย ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนในร่างกายช่วงมีประจำเดือนนั่นเอง
ปวดท้องประจำเดือน มีอาการอย่างไร
ในช่วงที่มีประจำเดือนเป็นช่วงเวลาที่หลายคนต้องเผชิญกับความไม่สบายตัว โดยเฉพาะอาการปวดท้องประจำเดือน หรือที่หลายคนเรียกว่า ปวดท้องเมนส์ ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ แต่รู้หรือไม่ว่าอาการปวดท้องเมนส์นั้นมีได้หลายระดับ และรูปแบบที่ต่างกันไปในแต่ละคน
อาการปวดท้องประจำเดือน มักเริ่มก่อนหรือระหว่างวันแรก ๆ ของการมีประจำเดือน อาการปวดอาจเกิดขึ้นที่บริเวณท้องน้อย ปวดแบบหน่วง ๆ หรือบางรายอาจปวดจี๊ดเป็นพัก ๆ ปวดร้าวไปถึงหลังหรือขา บางคนมีอาการคลื่นไส้ หน้ามืด เหงื่อออก หรือแม้กระทั่งปวดท้องเมนส์มาก ๆ จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันได้ลำบาก ควรเข้ารับการรักษาโดยแพทย์ต่อไป
แม้อาการปวดท้องเมนส์จะถือเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าปวดท้องประจำเดือนมาก ๆ จนทนไม่ไหว หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย อาจต้องสงสัยว่าเกิดจากภาวะอื่น เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือมีซีสต์รังไข่ ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริง
ปวดท้องประจำเดือน มีสาเหตุจากอะไร
หลายคนอาจสงสัยว่าอาการปวดท้องประจําเดือน เกิดจากอะไร ซึ่งแท้จริงแล้วสามารถแบ่งสาเหตุของการปวดท้องเมนส์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
- ปวดประจำเดือนปฐมภูมิ
เป็นอาการปวดท้องประจำเดือนที่ไม่ได้เกิดจากโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย มักพบในวัยรุ่นหรือหญิงสาวช่วงเริ่มมีประจำเดือน สาเหตุเกิดจากสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ที่หลั่งออกมาขณะมดลูกบีบตัว เพื่อขับเยื่อบุโพรงมดลูกที่หลุดลอก ซึ่งการบีบรัดนี้เองที่ทำให้รู้สึกปวดท้องเมนส์ โดยลักษณะอาการมักเป็นการปวดหน่วง ๆ ที่ท้องน้อย จนถึงขั้นปวดร้าวไปถึงหลังหรือขา และจะดีขึ้นเมื่อผ่านช่วงวันแรก ๆ ของรอบเดือน
- ปวดประจำเดือนทุติยภูมิ
ส่วนในกรณีนี้ การปวดท้องเมนส์มักเกิดจากโรคหรือความผิดปกติในอุ้งเชิงกราน เช่น เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis), ช็อกโกแลตซีสต์ หรือเนื้องอกมดลูก อาการมักเริ่มในวัยหลัง 25 ปี และมีแนวโน้มปวดรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงปวดก่อนมีประจำเดือนหลายวันและไม่ทุเลาหลังหมดรอบเดือน ซึ่งหากคุณมีอาการปวดท้องเมนส์รุนแรง ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง
ปวดท้องประจำเดือน เสี่ยงเป็นโรคอะไรได้บ้าง
หากคุณกำลังมีอาการปวดท้องประจำเดือนที่รุนแรงกว่าปกติ หรือปวดแบบเรื้อรัง นั่นอาจเป็นสัญญาณของโรคภายในที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างจริงจัง ซึ่งโรคที่อาจเกี่ยวข้องกับอาการปวดท้องประจำเดือนได้ มีดังนี้
- เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)
โรคนี้เกิดจากเนื้อเยื่อที่ควรอยู่เฉพาะในโพรงมดลูก กลับไปเจริญเติบโตในอวัยวะอื่น เช่น รังไข่ ท่อนำไข่ หรือกระเพาะปัสสาวะ ทำให้เกิดอาการปวดท้องเมนส์ที่รุนแรงกว่าปกติ โดยมักปวดล่วงหน้าก่อนมีประจำเดือนหลายวัน และไม่ดีขึ้นหลังหมดประจำเดือน
- ช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst)
เกิดจากถุงน้ำในรังไข่มีเลือดเก่าจากเยื่อบุโพรงมดลูกที่เจริญผิดที่ขังอยู่ด้านใน หากไม่รักษาอาจส่งผลต่อภาวะมีบุตรยากและทำให้ปวดท้องประจำเดือนมากจนกระทบชีวิตประจำวัน
- เนื้องอกมดลูก (Myoma)
แม้เนื้องอกมดลูกจะไม่ใช่มะเร็ง แต่สามารถทำให้ปวดเกร็งท้องน้อย มีประจำเดือนมามากผิดปกติ และปวดท้องในช่วงวันนั้นของเดือนอย่างรุนแรง
- อุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease)
เกิดจากการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ส่วนล่างที่ลุกลามขึ้นไปยังมดลูกและรังไข่ ส่งผลให้มีอาการปวดท้องประจำเดือนร่วมกับไข้ตกขาวผิดปกติ หรือมีอาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ได้
วิธีบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือน
อาการปวดท้องประจำเดือนแม้จะเป็นอาการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของร่างกาย แต่ในบางครั้งความปวดก็รบกวนการใช้ชีวิตประจำวันไม่น้อย ซึ่งวิธีบรรเทาอาการปวดท้องประจำเดือนเบื้องต้นด้วยตัวเองง่าย ๆ แบบไม่ต้องพึ่งยา สามารถทำได้ดังนี้
- ใช้ถุงน้ำร้อนหรือแผ่นแปะร้อนวางบริเวณท้องน้อย เพื่อช่วยลดการบีบตัวของมดลูกและคลายกล้ามเนื้อ วิธีนี้ช่วยลดอาการปวดท้องเมนส์ได้อย่างเห็นผลทันที
- นวดวนเป็นวงกลมเบา ๆ บริเวณท้องน้อย เพื่อช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย เพิ่มการไหลเวียนโลหิต
- ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น โยคะหรือเดินช้า ๆ การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยกระตุ้นการหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดอาการปวด ทำให้รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงคาเฟอีน อาหารมัน และของหวานจัด เนื่องจากอาหารบางประเภทอาจกระตุ้นให้ร่างกายเกร็งตัวมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงในช่วงที่มีอาการปวดท้องเมนส์ และเลือกทานอาหารที่ย่อยง่ายแทน
- นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อช่วยให้ร่างกายฟื้นฟูและลดความเครียด ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจทำให้อาการปวดท้องเมนส์แบบรุนแรง
อาการปวดท้องประจำเดือนที่ผู้หญิงทุกคนต้องเจอทุกเดือน
แม้ว่า อาการปวดท้องประจำเดือนจะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในผู้หญิง แต่การรู้จักสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกายตนเองเป็นสิ่งสำคัญ หากคุณมีอาการปวดท้องเมนส์ที่รุนแรง หรือปวดนานผิดปกติ จนส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน แนะนำให้รีบพบแพทย์ในทันที เพื่อหาสาเหตุและรับการดูแลรักษาที่เหมาะสม เพราะในบางครั้ง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายภายในของผู้หญิงได้
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ทั้งการปรับพฤติกรรม การบรรเทาอาการปวดท้องเมนส์เบื้องต้น ไปจนถึงการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงและหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมได้
ไทยอยู่อันดับ 2 ของเอเชีย! เปิดเบื้องหลังชุมชนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้
3 หมู่บ้านริมทะเลสาบที่เหมือนหลุดออกมาจากเทพนิยาย
เจาะเลขเด็ดใบดัง: มัดรวมสูตรคำนวณสำนักใหญ่ งวด 16 ส.ค.
เมืองโบราณที่หายจากประวัติศาสตร์ ก่อนถูกค้นพบโดยความบังเอิญ
"ลิซ่า" ขอโทษ BLINKS หลังเกิดกระแสดราม่า วันครบรอบ 10 ปีของ BLACKPINK
สนามบินในประเทศไทยที่ยังคงเปิดอยู่ แต่ไม่มีเที่ยวบินให้บริการเลย
AI วิเคราะห์สถิติ 16 สิงหาคม 69 เปิด 2 ตัวซ้ำบ่อยสุด ย้อนหลัง 36 ปี
7 อำเภอธรรมชาติสวยที่สุดในไทย ป่าเขา ทะเล และสายหมอก สวยจนเหมือนอยู่ต่างประเทศ
10 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่ซื้อเลขอะไร!!
การบ่นเรื่องเจ้านายช่วยให้เพื่อนร่วมงานสนิทกันเร็วขึ้น
รู้จัก “น้ำมะตูม” เครื่องดื่มหอมหวานจากผลไม้พื้นบ้าน
“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!
ไทยอยู่อันดับ 2 ของเอเชีย! เปิดเบื้องหลังชุมชนญี่ปุ่นขนาดใหญ่ที่คนไทยอาจไม่เคยรู้
10 เพลงแดนซ์ยุค 90 แค่ดนตรีขึ้นก็จำได้ทันที
รู้จัก “น้ำมะตูม” เครื่องดื่มหอมหวานจากผลไม้พื้นบ้าน
ฟาร์มส่งกลิ่นเหม็นและแมลงวันจัดการได้ตามกฎหมายสาธารณสุข
ผักที่ควรกินเป็นประจำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งและได้สารอาหารหลากหลาย
เคล็ดลับสร้างนิสัยการออมในครอบครัวให้ทำได้จริงและไม่ล้มเหลวกลางทาง





