7 วิธีมูฟออนให้เร็วที่สุดจากแฟนเก่า คนคุยเก่าๆ ที่ได้ผลจริง!
การมูฟออนไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะเมื่อเรายังมีความรู้สึกหรือผูกพันกับอดีตอยู่ แต่บางครั้งการยอมรับความจริง ปล่อยวาง และดูแลตัวเองให้ดีขึ้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้เราหลุดพ้นจากความเศร้าและเดินหน้าต่อไปได้ ในบทความนี้ มีคำแนะนำวิธีมูฟออนที่ได้ผลจริง ทั้งวิธีมูฟออนจากแฟนเก่า วิธีมูฟออนจากคนคุยเก่า เพื่อช่วยให้หัวใจที่บอบช้ำแข็งแกร่ง และพร้อมสำหรับสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต
การมูฟออน (Move on) คืออะไร
การเลิกราเป็นมากกว่าการจบความสัมพันธ์ เพราะมันเปรียบเสมือนการสูญเสียบางสิ่งที่เคยมีความหมายในชีวิต คล้ายกับการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไป โดยอาจรู้สึกเศร้า โหยหา และสับสนกับอนาคตที่ไม่มีเขาอีกต่อไป อารมณ์เหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อเราผูกพันกับใครสักคน การต้องปล่อยมือจากกันย่อมสร้างช่องว่างในใจขึ้น
หลังจากความสัมพันธ์จบลง หลายคนต้องการหาวิธีมูฟออนเพื่อกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกครั้ง แต่การก้าวข้ามความเจ็บปวดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะความทรงจำ ความรู้สึก และความเคยชินอาจดึงเราให้จมอยู่กับอดีต อย่างไรก็ตาม การมูฟออนเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้แน่นอน โดยอาจเริ่มจากการยอมรับความจริง และเปิดใจรับสิ่งใหม่ ๆ เมื่อเวลาผ่านไป
แนะนำ 7 วิธีมูฟออนจากบุคคลอันเป็นที่รัก
การเริ่มต้นใหม่หลังจากการเลิกราอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต แต่ก็อย่าลืมเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้ และเติบโตอีกครั้ง ใครที่กำลังรู้สึกติดอยู่กับอดีตและอยากเริ่มต้นใหม่ ลองทำตาม 7 วิธีมูฟออน ดังนี้
1. ตั้งเป้าหมายในการใช้ชีวิต
การที่เราเคยวางแผนอนาคตร่วมกับใครสักคน แล้วจู่ๆ ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไป อาจทำให้เรารู้สึกหลงทางไปชั่วขณะ แต่การตั้งเป้าหมายใหม่ให้กับชีวิตจะช่วยให้เรามีแรงจูงใจที่จะเดินหน้าต่อ ลองถามตัวเองว่า “ฉันอยากเป็นใครในอีก 1 ปีข้างหน้า?” หรือ “มีสิ่งไหนที่ฉันเคยอยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ?”
ตัวอย่างเช่น ลองเรียนภาษาใหม่ ๆ หรือเรียนต่อเพื่อเปิดโอกาสดีๆ ในชีวิตมากขึ้น หรืออยากออกกำลังกายเป็นประจำสัปดาห์ละ 3 วัน หรือลองเริ่มต้นทำธุรกิจเล็ก ๆ ที่เคยตั้งเป้าไว้
2. ปล่อยวางกับเรื่องราวในอดีต
การยึดติดกับอดีตจะทำให้เราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ลองถามตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันยังยึดติดอยู่ทำให้ฉันมีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า?” แล้วพยายามฝึกปล่อยวางทีละเล็กละน้อย โดยวิธีการปล่อยวาง มีดังนี้
- ลบหรือทิ้งของที่ทำให้คิดถึงอีกฝ่าย เช่น ของขวัญ รูปถ่าย หรือข้อความเก่า ๆ
- หยุดเช็กโซเชียลมีเดียของอีกฝ่าย เพราะอาจทำให้เราเดินหน้าต่อได้ยากขึ้น หากจำเป็นอาจใช้วิธีซ่อนโพสต์หรือบล็อกชั่วคราว
- เขียนความรู้สึกที่อัดอั้นภายในใจเพื่อระบายออกมา
3. ดูแลตัวเองมากขึ้น
หลายคนเมื่อมีอาการเศร้ามักจะละเลยตัวเอง ทั้งสุขภาพกายและจิตใจ การดูแลตัวเองจึงเป็นวิธีมูฟออนที่สำคัญ เพื่อให้เราหันกลับมารักตัวเองอีกครั้ง เช่น
- การออกกำลังกายช่วยหลั่งสารเอ็นโดรฟินที่ช่วยลดความเครียดและทำให้เรารู้สึกดีขึ้น
- การทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เช่น อาหารขยะ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- การทำกิจกรรมที่ทำให้รู้สึกดี เช่น ดูหนังที่ชอบ ฟังเพลงที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หรือไปเที่ยวในที่ที่ไม่เคยไป
- นอนหลับให้เพียงพอ ช่วยให้จิตใจแข็งแรงขึ้น
4. หยุดโทษตัวเอง
การเลิกราไม่ได้หมายความว่าเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคนสองคน และบางครั้งมันก็อาจจบลงแม้ว่าเราจะพยายามเต็มที่แล้วก็ตาม โดยอันดับแรกต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์เป็นเรื่องของ "การเรียนรู้" ไม่ใช่ "ความล้มเหลว" แทนที่จะมองว่าตัวเองผิดพลาด ให้มองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง และสุดท้ายแล้ว การยอมรับว่าบางอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการ นั่นก็ไม่เป็นไร
5. เปิดใจให้สิ่งใหม่ ๆ
บางครั้งการติดอยู่กับอดีตทำให้เราปิดกั้นโอกาสใหม่ ๆ ที่อาจเข้ามาในชีวิต ให้เราลองเปิดใจรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการรู้จักคนใหม่ การทำกิจกรรมใหม่ ๆ หรือแม้แต่การเดินทางเพื่อค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบก็เป็นวิธีมูฟออนที่ได้ผลไว ตัวอย่างเช่น ลองไปเข้ากลุ่มกิจกรรม เช่น อาสาสมัคร คลาสเรียนเต้น หรือชมรมออกกำลังกาย หรือเดินทางไปในที่ที่ไม่เคยไป เพื่อเปิดโลกและพบเจอผู้คนใหม่ ๆ และหาเวลาอยู่กับเพื่อนหรือครอบครัวให้มากขึ้น เพื่อเติมเต็มพลังบวก
6. ให้เวลากับตัวเอง
การมูฟออนไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ภายในวันเดียว บางคนอาจใช้เวลาเป็นเดือน หรือเป็นปี แต่สิ่งสำคัญคือการต้องให้เวลากับตัวเองและไม่กดดันตัวเองจนมากเกินไป ยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ไม่ต้องรีบลืม แค่ค่อย ๆ ปล่อยให้มันจางไป หากวันไหนรู้สึกเศร้า ก็ปล่อยให้ตัวเองร้องไห้บ้าง แต่อย่าปล่อยให้มันควบคุมชีวิตของเรามากเกินไป และเชื่อมั่นว่าเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง เมื่อถึงวันหนึ่งเราจะผ่านมันไปได้ด้วยดี
7. รักตัวเองให้มากขึ้น
สุดท้ายแล้ว การมูฟออนที่แท้จริงคือการกลับมารักและเคารพตัวเอง ให้คิดเสมอไว้ว่าเรามีคุณค่าในตัวเอง และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความรักจากใครเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองมีค่า โดยอาจเริ่มจากการพูดกับตัวเองในแง่บวกบ่อยๆ เช่น "ฉันมีคุณค่า" "ฉันคู่ควรกับความสุข" รวมไปถึงให้รางวัลตัวเองเมื่อทำอะไรดี ๆ เช่น ซื้อของที่อยากได้ หรือไปเที่ยวที่ที่อยากไป
คนเราจะมูฟออนได้ตอนไหนบ้าง
คนเราจะมูฟออนได้ก็ต่อเมื่อเราสามารถยอมรับความจริงได้อย่างแท้จริง ไม่รู้สึกโกรธ เสียใจ หรือคาดหวังให้อะไรกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไป ถึงแม้ว่าความทรงจำในอดีตอาจยังคงอยู่ แต่มันก็ไม่ได้ส่งผลอะไรอีกต่อไป และบางทีเมื่อมองย้อนกลับไปด้วยความเข้าใจ อาจยิ้มให้กับเรื่องราวในอดีตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง สุดท้ายแล้ว วิธีมูฟออนคือการเปิดใจให้กับสิ่งใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นรักครั้งใหม่เสมอไป แต่อาจเป็นโอกาสดี ๆ ในชีวิต เช่น งานอดิเรก ความฝัน หรือเป้าหมายที่เคยละทิ้งไป เมื่อใจเราหนักแน่นขึ้น ความรู้สึกโหวงเหวงก็จะหายไปเอง เมื่อใดที่เราสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้โดยไม่ถูกอดีตรั้งไว้ เมื่อนั้นแหละคือการมูฟออนอย่างแท้จริง
วิธีมูฟออนให้เร็วที่สุด ต้องใช้เวลามากแค่ไหน
การมูฟออนไม่ได้สามารถทำได้ในชั่วข้ามคืน วิธีมูฟออนให้เร็วที่สุด คือการให้เวลากับตัวเอง เพราะเวลาจะช่วยเยียวยาความรู้สึก ทำให้เราค่อย ๆ ปรับตัว และเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น และเมื่อเรายอมรับว่าการเจ็บปวดเป็นส่วนหนึ่งของการจากลาได้ เราจะไม่กดดันตัวเองให้ต้องลืมหรือเข้มแข็งอย่างรวดเร็ว “การให้เวลากับตัวเอง” จึงหมายถึงการปล่อยให้ความรู้สึกได้ทำงานอย่างเป็นธรรมชาติ อนุญาตให้ตัวเองเสียใจ แต่ในขณะเดียวกันก็เรียนรู้ที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป
นอกจากนี้ เวลายังช่วยให้เรากลับมาโฟกัสที่ตัวเองมากขึ้น แทนที่จะจมอยู่กับอดีต เราสามารถใช้ช่วงเวลานี้เพื่อดูแลตัวเอง ทำสิ่งที่ทำให้เรามีความสุข และค้นพบคุณค่าของตัวเองอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาตัวเอง การออกเดินทางท่องโลกกว้าง หรือให้เวลากับสิ่งที่เคยละเลยไป
อยากปรึกษาจิตแพทย์เรื่องการมูฟออนได้ไหม?
หากการมูฟออนเป็นเรื่องยากจนกระทบต่อสุขภาพจิตและการใช้ชีวิตประจำวัน การปรึกษาจิตแพทย์เป็นวิธีมูฟออนที่ดีสำหรับคนที่ไม่รู้จะหันหาพึ่งพาใคร เพราะจิตแพทย์สามารถช่วยให้เราเข้าใจอารมณ์ของตัวเอง จัดการกับความเจ็บปวด และหาวิธีรับมือกับความสูญเสียได้อย่างถูกต้อง การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หรือเป็นสัญญาณของความอ่อนแอ แต่เป็นการดูแลตัวเองและให้โอกาสตัวเองได้ฟื้นฟูจิตใจอย่างถูกต้อง
แต่ก่อนเข้าพบจิตแพทย์ ควรสำรวจตัวเองว่ามีอาการเศร้าอย่างต่อเนื่อง นอนไม่หลับ หรือขาดสมาธิหรือไม่? จากนั้นตั้งเป้าหมายว่าต้องการคำแนะนำเรื่องใด และเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพจิตหรือลักษณะการใช้ชีวิตของเราให้แพทย์รับทราบ สิ่งสำคัญคือ ต้องเปิดใจและพูดถึงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้จิตแพทย์สามารถช่วยเหลือได้อย่างเต็มที่
สรุป วิธีมูฟออนจากอดีตที่ผ่านมา
การเลิกรากับใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว ถือเป็นการสูญเสียอย่างหนึ่งในชีวิต การสูญเสียความสัมพันธ์ที่เคยมีให้กัน ความรู้สึกดีๆ ที่เคยแบ่งปัน และความทรงจำที่เคยสร้างร่วมกันมา การเลิกราจึงนำมาซึ่งความรู้สึกที่หลากหลาย เช่น เสียใจ โกรธ เสียดาย หรือสับสน แต่อย่าปล่อยความรู้สึกพวกนี้ไว้จนนานเกินไป การมูฟออนให้เร็วที่สุดจะช่วยให้เราลืมอดีตที่ผ่านมาได้
โดยวิธีมูฟออน คือการก้าวข้ามความรู้สึกเจ็บปวดจากการเลิกรา และเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่การจะมูฟออนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก เพื่อก้าวผ่านความเจ็บปวดและสามารถหลุดพ้นจากความทุกข์ได้อย่างแท้จริง แต่ก็อย่ากดดันตัวเองจนเกินไป แค่ค่อย ๆ เดินหน้าต่อในแบบที่เราไหว เมื่อวันหนึ่งที่มองย้อนกลับไป จะรู้ว่าความเสียใจในวันนั้นทำให้เรากลายเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น พร้อมที่จะเปิดรับความสุขและโอกาสใหม่ ๆ ที่รออยู่ข้างหน้า














