VoIP คือเทคโนโลยียุคใหม่ ที่ช่วยยกระดับการสื่อสารไปทั่วโลก
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมเราถึงสามารถโทรหาเพื่อนหรือครอบครัวที่อยู่ต่างประเทศได้อย่างง่ายดายผ่านสมาร์ทโฟนเพียงเครื่องเดียว? คำตอบก็คือ VoIP หรือ Voice over Internet Protocol แล้ว VoIP คืออะไร โดย VoIP คือ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของเราไปอย่างสิ้นเชิง เพราะ Voice over IP ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราโทรได้ฟรีหรือในราคาที่ถูกกว่าเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่น่าสนใจมากมาย ทำให้การติดต่อสื่อสารเป็นเรื่องที่สะดวกสบายและมีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม
นิยามของ VoIP คืออะไร มีความหมายว่าอย่างไร
VoIP หมายถึงอะไร ซึ่ง Voice over Internet Protocol หรือ VoIP คือ เทคโนโลยีการสื่อสารที่ช่วยให้เราสามารถส่งเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตได้ แทนการใช้สายโทรศัพท์แบบดั้งเดิม สัญญาณเสียงจะถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งผ่านไปยังผู้รับปลายทางผ่านอินเทอร์เน็ต ก่อนที่จะถูกแปลงกลับมาเป็นเสียงอีกครั้ง
การใช้ VoIP มีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง
VoIP เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่น่าสนใจ มาดูกันว่า วอยซ์โอเวอร์ไอพีมีข้อดีและข้อเสียอะไรบ้าง
- ข้อดีของ VoIP คือ
- หนึ่งในข้อดีที่โดดเด่นที่สุดของ VoIP คือ ค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าการโทรศัพท์แบบดั้งเดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการโทรระหว่างประเทศ หรือการโทรระยะไกล
- VoIP Phone สามารถใช้งานได้กับอุปกรณ์หลากหลายชนิด เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสามารถใช้งานได้ทุกที่ที่มีอินเทอร์เน็ต
- VoIP ยังมีฟีเจอร์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น การส่งข้อความ การประชุมทางวิดีโอ การแชร์หน้าจอ และการรวมกับแอปพลิเคชันอื่น ๆ ได้อย่างง่ายดาย
- ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณภาพเสียงของ Voice over IP ดีขึ้นมาก และใกล้เคียงกับการโทรศัพท์แบบดั้งเดิมมากขึ้น
- สำหรับธุรกิจ VoIP Phone สามารถปรับขนาดได้ง่ายตามความต้องการขององค์กร เพิ่มหรือลดจำนวนสายได้ตามต้องการ
- เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก VoIP ไม่ต้องใช้สายโทรศัพท์แบบดั้งเดิม จึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ
- ข้อเสียของ Voice over IP คือ
- คุณภาพเสียงของ VoIP ขึ้นอยู่กับความเร็วและความเสถียรของอินเทอร์เน็ต หากอินเทอร์เน็ตมีปัญหา อาจทำให้เกิดเสียงสะท้อน เสียงแตก หรือสัญญาณขาดหายได้
- อาจมีการหน่วงเวลาเล็กน้อยระหว่างการสนทนา ซึ่งอาจส่งผลต่อประสบการณ์การใช้งาน
- เช่นเดียวกับการสื่อสารผ่านอินเทอร์เน็ตอื่น ๆ VoIP Phone ก็มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เช่น การดักฟัง การแฮ็ก หรือการโจมตีทางไซเบอร์
- การใช้งาน Voice over IP จำเป็นต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร หากไม่มีอินเทอร์เน็ต ก็ไม่สามารถใช้งาน VoIP ได้
- แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการโทรจะต่ำ แต่ก็อาจมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม เช่น ค่าอุปกรณ์ VoIP ค่าบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
วิธีการทำงานของ VoIP
VoIP หรือ เสียงผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งผ่านไปตามเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แทนการใช้สายโทรศัพท์แบบดั้งเดิม ทำให้เราสามารถโทรออกหรือรับสายผ่านคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ โดยสามารถสรุปกระบวนการทำงานของ VoIP คือ
- การแปลงสัญญาณเสียงเป็นดิจิทัล: เมื่อเราพูดคุยผ่านอุปกรณ์วอยซ์โอเวอร์ไอพี ไมโครโฟนจะจับเสียง และแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า ซึ่งสัญญาณไฟฟ้านี้จะถูกแปลงเป็นข้อมูลดิจิทัล ซึ่งเป็นชุดของเลข 0 และ 1 ที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ โดยข้อมูลดิจิทัลนี้ จะถูกแบ่งออกเป็นแพ็กเก็ตเล็ก ๆ หลาย ๆ แพ็กเก็ต
- การส่งผ่านแพ็กเก็ตข้อมูล: แพ็กเก็ตข้อมูลเหล่านี้ จะถูกส่งผ่านไปตามเครือข่ายอินเทอร์เน็ตไปยังปลายทาง ซึ่งอาจเป็นคอมพิวเตอร์อีกเครื่องหนึ่ง หรือโทรศัพท์มือถือของผู้รับ ในระหว่างการส่งผ่าน แพ็กเก็ตข้อมูลอาจถูกส่งไปตามเส้นทางที่แตกต่างกัน และอาจมาถึงปลายทางไม่พร้อมกัน
- การประกอบแพ็กเก็ตข้อมูล: เมื่อแพ็กเก็ตข้อมูลทั้งหมดมาถึงปลายทางแล้ว จะมีการนำมารวมกันอีกครั้ง และเรียงลำดับให้ถูกต้อง ข้อมูลดิจิทัลจะถูกแปลงกลับเป็นสัญญาณไฟฟ้า และสุดท้ายก็จะถูกแปลงกลับเป็นเสียงที่ผู้รับสามารถฟังได้
ข้อดีของการแบ่งข้อมูลเป็นแพ็กเก็ตใน ระบบ IP Phone คือ สามารถส่งข้อมูลหลาย ๆ ชนิดพร้อมกันผ่านเครือข่ายเดียวกันได้ เช่น เสียง ข้อมูล และวิดีโอ เป็นการใช้ทรัพยากรของเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ หากแพ็กเก็ตข้อมูลบางแพ็กเก็ตสูญหายไป ระบบสามารถส่งแพ็กเก็ตนั้นซ้ำได้ ทำให้การสื่อสารยังคงดำเนินต่อไปได้ จึงถือว่าเป็นข้อดีที่น่าสนใจเป็นอย่างมากของ Voice over IP
ยกตัวอย่างการใช้งาน VoIP
เพราะ Voice over IP นั้น เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลนี้ การใช้งาน VoIP Phone นั้น มีหลากหลายรูปแบบและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในหลายสถานการณ์ ยกตัวอย่างของการใช้ VoIP คือ
- การสื่อสารส่วนบุคคล
- การโทรผ่านแอปพลิเคชันสื่อสารยอดนิยมอย่าง Line, WhatsApp, Facebook Messenger, Skype และอื่น ๆ ต่างก็รองรับการโทรผ่าน VoIP ทำให้เราสามารถโทรหาเพื่อน ครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานได้ฟรีผ่านอินเทอร์เน็ต
- VoIP ช่วยให้เราสามารถโทรข้ามประเทศได้ในราคาที่ถูกกว่าการใช้โทรศัพท์บ้านแบบดั้งเดิมมาก
- นอกจากการโทรด้วยเสียงแล้ว วอยซ์โอเวอร์ไอพียังรองรับการโทรวิดีโอ ทำให้เราสามารถเห็นหน้ากันได้ขณะสนทนา
- การใช้งานในองค์กร
- ระบบโทรศัพท์ภายในองค์กร (IP PBX) ซึ่งองค์กรหลายแห่งใช้ระบบ IP PBX เพื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์ภายในองค์กรเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถโทรหากันภายในองค์กรได้ฟรี และยังสามารถเชื่อมต่อกับระบบโทรศัพท์ภายนอกได้อีกด้วย
- VoIP สามารถใช้ในการประชุมทางไกลผ่านโปรแกรม เช่น Zoom, Microsoft Teams, Google Meet ทำให้พนักงานที่ทำงานจากระยะไกลสามารถเข้าร่วมประชุมได้
- องค์กรหลายแห่งใช้ Voice over IP ในการจัดตั้งศูนย์บริการลูกค้า เพื่อให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โทรศัพท์ อีเมล และแชท
- อุตสาหกรรมอื่น ๆ
- อุตสาหกรรมการแพทย์: โรงพยาบาลและคลินิกหลายแห่งใช้ VoIP Phone เพื่อให้บริการปรึกษาทางไกลแก่ผู้ป่วย
- อุตสาหกรรมการศึกษา: โรงเรียนและมหาวิทยาลัยใช้ VoIP Phone เพื่อจัดการเรียนการสอนออนไลน์ และการประชุมทางวิชาการ
- อุตสาหกรรมการค้าปลีก: ร้านค้าออนไลน์หลายแห่งใช้ VoIP Phone เพื่อให้บริการลูกค้าผ่านช่องทางโทรศัพท์
สรุป VoIP คือ การปฏิวัติการสื่อสารไปทั่วโลก
VoIP คือ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนสัญญาณเสียงให้เป็นข้อมูลดิจิทัล และส่งผ่านผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้เราสามารถโทรออกหรือรับสายผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้สายโทรศัพท์แบบดั้งเดิม มีความยืดหยุ่นสูง และมีฟีเจอร์เพิ่มเติมมากมาย ระบบ IP Phone จึงถูกนำไปใช้ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในชีวิตประจำวันและในองค์กร การเลือกใช้ VoIP ที่เหมาะสมจะช่วยให้การสื่อสารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น














