บัญชีเงินฝากออมทรัพย์กับบัญชีเงินฝากประจำแตกต่างกันอย่างไร
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากพื้นฐานที่หลายคนควรรู้ ซึ่งจะต่างจากบัญชีฝากประจำในเรื่องของเงินขั้นต่ำและระยะเวลาการฝาก สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในบทความนี้เลย
บัญชีเงินฝากมีกี่ประเภท มีอะไรบ้างและแต่ละประเภทเป็นยังไง มีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ เพื่อที่ทุกคนจะได้เปิดบัญชีเงินฝากที่เหมาะกับความต้องการของตัวเอง หลัก ๆ เลย บัญชีเงินฝากจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ บัญชีฝากประจำ และบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ซึ่งธนาคารแต่ละแห่งอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกัน แต่เชื่อว่าคงสงสัยกันว่าทำไมมันมีบัญชีเงินฝากหลายประเภทและต่างกันอย่างไร
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์หรือ บัญชีเงินฝากสะสมทรัพย์คืออะไร
บัญชีออมทรัพย์ (Savings Account) คือ บัญชีที่มักไม่กำหนดระยะเวลาในการถอน มักใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต และสามารถใช้หักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ บัญชีประเภทนี้มักกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงนัก ผลตอบแทนหรืออัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ และคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ดังนั้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงินในระยะสั้น มีสภาพคล่องเผื่อไว้ กรณีต้องทยอยถอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือน
บัญชีเงินฝากมีข้อดีอย่างไร
บัญชีเงินฝาก คือบัญชีธนาคาร ที่ดูแลโดยสถาบันการเงินซึ่งลูกค้าสามารถฝากและถอนเงินได้ บัญชีเงินฝากอาจเป็นบัญชีออมทรัพย์ บัญชีกระแสรายวัน หรือบัญชีประเภทอื่น ๆ เป็นบัญชีที่มักไม่กำหนดระยะเวลาและจำนวนครั้งในการฝากถอน มักจะใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็มหรือบัตรเดบิต และสามารถใช้หักบัญชีอัตโนมัติเพื่อชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ
บัญชีเงินฝาก ข้อดี
- ง่าย ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องการลงทุน หรือการบริหารสินทรัพย์
- ความเสี่ยงต่ำ ไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงินหายหรือถูกขโมย
- มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย
- มีเงินฝากหลากหลายแบบให้เลือก ทั้งแบบระยะสั้น แบบระยะยาว ยิ่งเป็นระยะสั้นหรือบัญชีเงินฝากออม ก็ยิ่งสภาพคล่องสูง
บัญชีเงินฝาก ข้อเสีย
- ผลตอบแทนค่อนข้างต่ำ
- อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับจะไม่สูงมากนัก
ข้อควรรู้ก่อนเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ค่าธรรมเนียมภาษี หรือสิทธิต่าง ๆ และอื่น ๆ
เนื่องจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์บางประเภทอาจกำหนดเงื่อนไขไว้เพิ่มเติมโดยเฉพาะจำนวนครั้งที่ผู้ฝากจะถอนได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม ควรจะเลือกเปิดบัญชีเงินฝากเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพราะหากมีหลายบัญชีเกินความจำเป็นหรือบัญชีไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลานาน จะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรักษาบัญชี
ธนาคารอาจจะแนะนำให้ลูกค้าที่เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ทำบัตรเดบิตควบคู่ เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ แต่ที่จริงแล้วไม่จำเป็นต้องเปิดบัตรควบคู่ เพราะจะมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าธรรมเนียมรายปีของบัตรตามมาด้วย ดังนั้นถ้าไม่มีความจำเป็นต้องใช้บัตร เราก็สามารถที่จะปฏิเสธไม่ทำบัตรได้
บัญชีเงินฝากธนาคารแบบไหนดีที่ให้ดอกเบี้ยสูง
ในปัจจุบันมีหลาย ๆ ธนาคาร ที่เพิ่มบัญชีเงินฝากดิจิทัล หรือส่วนใหญ่เราเรียกกันว่า เงินฝากดิจิทัล ก็คือบัญชีเงินฝากแบบไม่มีเล่ม เปิดบัญชีผ่านออนไลน์ ผ่านแอปของแต่ละธนาคารได้เลย จะฝาก - ถอนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่ต้องคงเงินไว้ในบัญชีแต่ยังสามารถได้รับดอกเบี้ยสูง ซึ่งบัญชีเงินฝากก็จะมีดังต่อไปนี้
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ (Saving Account)
เงินฝากออมทรัพย์ บัญชีเงินฝากประเภทนี้เหมาะสำหรับการออมเงินในระยะสั้น หรือการเก็บเงินไว้ใช้เผื่อยามฉุกเฉิน ถอนเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย เช่นค่าใช้จ่ายรายเดือน เก็บเงินไว้ใช้สำหรับการใช้จ่ายประจำวัน บัญชีประเภทนี้มักกำหนดเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่สูงมากนัก และอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างต่ำ การเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ส่วนใหญ่ธนาคารจะให้สมัครบัตร ATM หรือบัตรเดบิต เพื่อสะดวกในการทำธุรกรรมด้วยตนเองได้ที่ตู้ ATM
บัญชีเงินฝากประจำ (Fixed Deposit Account)
บัญชีเงินฝากประจำ เป็นบัญชีที่มีกำหนดระยะเวลาการฝากถอนที่แน่นอน เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี มีการจูงใจด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าการฝากออมทรัพย์แบบธรรมดา เหมาะสำหรับช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวน จะได้มีบัญชีที่มั่นคงสำหรับการออมเงิน บัญชีนี้เหมาะสำหรับใช้เก็บเงินเตรียมเกษียณ หรือต้องการออมเงินระยะยาวและหวังผลตอบแทนในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัญชีเงินฝากออมทรัพย์
บัญชีเงินฝากกระแสรายวัน (Current Account)
บัญชีนี้เป็นบัญชีที่มีไว้สำหรับการทำธุรกรรมการเงินโดยเฉพาะ เป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการเงินของบริษัทหรือร้านค้า เพราะสามารถใช้เช็คในการเบิกจ่ายเงินได้ บัญชีเงินฝากกระแสรายวันจะเป็นบัญชีที่ไม่มีดอกเบี้ย และก่อนที่จะเลือกเปิดบัญชีเงินฝากกระแสรายวันควรศึกษารายละเอียดปลีกย่อยและข้อกำหนดต่าง ๆ อย่างละเอียด เช่น จำนวนเงินฝากขั้นต่ำ เงื่อนไขการใช้วงเงิน O/D หรือบางแห่งสามารถใช้ร่วมกับบัตรเอทีเอ็มได้
บัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี
เป็นบัญชีเงินฝากประจำที่ได้รับการยกเว้นภาษี แต่ต้องฝากธนาคารทุก ๆ เดือน เป็นจำนวนเท่ากันตลอดอายุสัญญาซึ่งระยะเวลาอาจกำหนดไว้แตกต่างกันในแต่ละธนาคาร เช่น 24 เดือน 36 เดือน แล้วแต่ มักกำหนดจำนวนเงินฝากขั้นต่ำไว้ไม่ต่ำกว่า 1,000 บาท ดังนั้นคนที่อยากเปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ควรมีรายได้ประจำ สามารถนำเงินเข้าบัญชีได้อย่างสม่ำเสมอโดยแต่ละคนมีสิทธิ์เปิดบัญชีเงินฝากประเภทนี้ได้เพียงคนละ 1 บัญชีเท่านั้น หากเปิดบัญชีกับธนาคารใดแล้วไม่สามารถเปิดกับธนาคารอื่นได้อีก
บัญชีเงินฝากดิจิทัล
บัญชีเงินฝากดิจิทัล หรือบัญชีอีเซฟวิ่ง (E-Saving) เป็นอีกหนึ่งประเภทบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ที่มีจุดเด่นและความแตกต่างจากออมทรัพย์ คือ ดอกเบี้ยสูง เป็นบัญชีออนไลน์ที่เป็นบัญชีออมทรัพย์แบบไม่มีสมุดคู่ฝาก (Book Bank) ทำธุรกรรมผ่านแอปฯ ของธนาคารนั้น ๆ ได้ตลอดเวลา โดยส่วนใหญ่เงินฝากดิจิทัลจะให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแต่ละธนาคารก็จะมีเงื่อนไขและอัตราดอกเบี้ยที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะต้องควรศึกษาให้ดีก่อนการตัดสินใจ
บัญชีเงินฝากพื้นฐานควรทำความรู้จักก่อนเปิด
ส่วนใหญ่แล้วการแข่งขันเรื่องดอกเบี้ยเงินฝาก สำหรับเงินฝากที่ไม่เกิน 100,000 บาทอัตราดอกเบี้ยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 1.50% และส่วนที่เกินก็จะได้ดอกเบี้ยที่ลดหลั่นกันไป เช่นนี้แล้วหลายคนควรศึกษาข้อมูลก่อน ค่อยเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับการใช้เงินของตัวเอง
ประโยคสุดแซ่บ ตอบกลับคนชอบสาระแน
ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
ใครบ้างเสี่ยงซึมเศร้า สัญญาณเงียบที่อาจเริ่มจากชีวิตประจำวัน
ทำไมเข็มขัดนิรภัยดึงแรงแล้วล็อก? กลไกเล็ก ๆ ที่ช่วยชีวิตคนนับล้านบนท้องถนน
เตือนแล้วนะ! 10 ต้นไม้อัปมงคล ห้ามปลูกในบ้าน โบราณทัก ชีวิตตกต่ำ-อันตรายกว่าที่คิด
ทำไมที่นั่งชักโครกในห้างหรือปั๊มน้ำมันถึงเป็นรูปตัว U? เบื้องหลังดีไซน์ที่หลายคนนั่งทุกวันแต่ไม่เคยสังเกต
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
มอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวัน
เคล็ดลับเก็บมะนาวที่หั่นแล้วให้คงความสด ฉ่ำน้ำ ไม่แห้งดำ
คอนโดมิเนียมที่มีราคาแพงที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ไม่กินเนื้อสัตว์เลย ร่างกายเปลี่ยนอย่างไร กินแบบไหนให้ไม่ขาดสารอาหาร
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง





