คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่? มีวิธีเสริมคอลลาเจนอย่างไร?
คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่? มีวิธีเสริมคอลลาเจนอย่างไร?
ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึก อาจเป็นสัญญาณของคอลลาเจนที่ลดลง ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามอายุและพฤติกรรมการใช้ชีวิต บทความนี้จากรมย์รวินท์จะพาไปรู้จักคอลลาเจนว่าคืออะไร สำคัญต่อผิวอย่างไร สาเหตุที่ทำให้ลดลง พร้อมแนะนำวิธีดูแลและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์
ทำความรู้จักกับคอลลาเจน
คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนโครงสร้างหลักของร่างกาย คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด ทำหน้าที่ช่วยยึดเกาะและเสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ พบได้ในผิวหนัง กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ หลอดเลือด เส้นผม และเล็บ
ในชั้นผิว คอลลาเจนจะทำงานร่วมกับอีลาสตินและไฮยาลูรอนิก แอซิด เพื่อช่วยให้ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น และชุ่มชื้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความแน่นกระชับ เกิดริ้วรอย ร่องลึก และดูหมองโทรมได้ง่าย
คอลลาเจนมีกี่ชนิด?
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองตามธรรมชาติ และสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก โดยแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
- Collagen Type I
เป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 90% พบในผิวหนัง กระดูก เอ็น และหลอดเลือด มีหน้าที่เสริมความแข็งแรง ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงช่วยในการซ่อมแซมแผล - Collagen Type II
พบมากในกระดูกอ่อนและข้อต่อ ช่วยรองรับแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อเป็นไปอย่างลื่นไหล - Collagen Type III
พบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด มักทำงานร่วมกับ Type I เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ผิว - Collagen Type IV
พบในชั้นเนื้อเยื่อรองรับผิวของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ผิวหนังและไต มีหน้าที่ช่วยยึดเกาะเซลล์ และเกี่ยวข้องกับกระบวนการกรองสารในร่างกาย - Collagen Type V
พบในเส้นผม รก และกระจกตา มีบทบาทในการจัดเรียงโครงสร้างของคอลลาเจนให้เป็นระเบียบ และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อบางชนิด
คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่?
ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ แต่จะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 1–1.5% โดยเมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวชัดเจนมากขึ้น
เมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวจะสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่น ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง และการฟื้นฟูผิวช้าลง
นอกจากนี้ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การโดนแสงแดด มลภาวะ พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การทานหวาน ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ
ความสำคัญของคอลลาเจนต่อผิว
คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยคงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ยืดหยุ่น และกระชับ เมื่อระดับคอลลาเจนลดลง ผิวจะเริ่มเสื่อมสภาพและเกิดปัญหาตามวัยได้ง่าย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้
- เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
- เพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับ
- ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู
- ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ
- กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และช่วยให้แผลหายเร็ว
- ชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อย
สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนลดลง
การที่คอลลาเจนในผิวลดลง สามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้
- อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยได้ง่าย - แสงแดด
รังสี UV เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน โดยกระตุ้นเอนไซม์ที่ย่อยสลายโครงสร้างผิว ส่งผลให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น - มลภาวะ
ฝุ่น ควัน และสิ่งสกปรกในอากาศ กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวอ่อนแอและคอลลาเจนถูกทำลาย - การทานอาหารหวานจัด
น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการ Glycation ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนแข็ง เปราะ และเสื่อมคุณภาพ - ความเครียด
ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงขึ้น จะยับยั้งการสร้างคอลลาเจนและเร่งการเสื่อมของผิว - พักผ่อนไม่เพียงพอ
ทำให้การซ่อมแซมผิวลดลง และกระทบต่อการสร้างคอลลาเจนโดยตรง - การสูบบุหรี่
สารพิษในบุหรี่ลดการไหลเวียนเลือด และเร่งการสลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัย - การดื่มแอลกอฮอล์
ทำให้ผิวขาดน้ำ และเพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลให้คอลลาเจนอ่อนแอและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
เสริมคอลลาเจนวิธีไหนได้บ้าง?
ปัจจุบันคอลลาเจนถูกพัฒนาให้อยู่ในหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวและสุขภาพที่แตกต่างกัน โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัด ดังนี้
- คอลลาเจนแบบรับประทาน
เป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยม มักอยู่ในรูปแบบอาหารเสริมหรืออาหารที่มีคอลลาเจนตามธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนเพื่อนำไปใช้สร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับการดูแลแบบองค์รวม แต่ต้องทานต่อเนื่องและใช้เวลาจึงจะเห็นผล - คอลลาเจนแบบทา
พบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่น โดยมักมีสารช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เช่น วิตามินซี เรตินอยด์ เปปไทด์ และไนอะซินาไมด์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว แม้จะไม่ซึมลึกถึงชั้นผิวได้มาก แต่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น - คอลลาเจนแบบฉีด
เป็นการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง เช่น กลุ่ม Biostimulator หรือ Skin Booster ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เห็นผลได้รวดเร็วและชัดเจนกว่า แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม
รวมหัตถการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ปัจจุบันมีหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนหลากหลายรูปแบบ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้าง และปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
Sculptra
- ส่วนประกอบ : Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
- จุดเด่น : กระตุ้นคอลลาเจนประเภทที่ 1 ตามธรรมชาติ ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับโครงสร้าง และช่วยเพิ่มความแน่นของผิว
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึก หน้าไม่กระชับ หรือผิวดูโทรม
- ผลลัพธ์ : ผิวกระชับ เต่งตึง อิ่มฟู ดูเรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- จำนวนครั้ง : ประมาณ 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล)
Radiesse
- ส่วนประกอบ : Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
- จุดเด่น : กระตุ้นสารสำคัญในผิวหลายชนิด เช่น คอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 อีลาสติน และการสร้างหลอดเลือดใหม่
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีริ้วรอย
- ผลลัพธ์ : ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และรูขุมขนกระชับ
- จำนวนครั้ง : 1–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 2 ปี
Ultracol
- ส่วนประกอบ : Polydioxanone (PDO)
- จุดเด่น : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 พร้อมฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น
- ผลลัพธ์ : ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และชุ่มชื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- จำนวนครั้ง : ประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 6–8 เดือน
คอลลาเจนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะในผิวหนังที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลัก ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และกระชับ เมื่ออายุมากขึ้นและการสร้างคอลลาเจนลดลง ผิวจึงเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกที่เห็นได้ชัดมากขึ้น
การดูแลและเสริมคอลลาเจนสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การใช้สกินแคร์บำรุงผิว หรือการทำหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะกลุ่มหัตถการกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Sculptra, Radiesse, Ultracol, Profhilo, Karisma Rh Collagen และ Collaju ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับคุณภาพผิวได้ในระดับลึก ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
สำหรับผู้ที่สนใจฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และปลอดภัยในระยะยาว
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
อำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก
ดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาท
พบหลุมศพชายอายุ 5,000 ปีในโปแลนด์ พร้อม “สร้อยคอฟัน 42 ซี่” และกะโหลกปริศนา
"เกสวาชากา" สะพานเชือกหญ้าแห่งอินคา ภูมิปัญญา 500 ปี เหนือหุบเหวลึก
10 อาชีพบ้านๆ ยุค 90 ที่หายไปจากชีวิตประจำวัน
ข่าวช็อก! อแมนด้า เซย์ฟรีด ประกาศหย่าร้าง จบชีวิตสมรส 9 ปี
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
😐 ชวนลองเข้ามาดูกับสิ่งที่คุณต้องกุมขมับกับสิ่งที่โรงแรมมอบให้คุณแบงง ๆ 😑
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย




