Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 ดีอย่างไร?
Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 ดีอย่างไร?
คอลลาเจนเป็นโปรตีนสำคัญที่ช่วยให้ผิวแข็งแรงและยืดหยุ่น โดยเฉพาะ Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 ที่มีบทบาทต่อผิวโดยตรง บทความนี้จากรมย์รวินท์คลินิกจะพาไปรู้จักคอลลาเจนทั้งสองชนิดว่าคืออะไร สำคัญอย่างไร ลดลงเมื่ออายุเท่าไหร่ พร้อมแนะนำวิธีกระตุ้นคอลลาเจน เพื่อให้ผิวกลับมาแน่นกระชับและดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 ดีอย่างไร?
Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 มีความสำคัญต่อผิวหนังอย่างมาก ดังนี้
- Collagen Type 1
เป็นคอลลาเจนชนิดหลักของร่างกาย พบมากที่สุดประมาณ 90% มีโครงสร้างแข็งแรง ช่วยเสริมความแน่นกระชับและความทนทานของผิว เป็นองค์ประกอบสำคัญในชั้นผิวหนังแท้ (Dermis) และมีบทบาทในการซ่อมแซมผิว รวมถึงช่วยให้แผลฟื้นตัวได้ดีขึ้น - Collagen Type 3
เป็นคอลลาเจนที่มีเส้นใยละเอียด ทำงานร่วมกับ Type 1 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว ช่วยให้ผิวดูนุ่มฟู และมีส่วนในการฟื้นฟูเนื้อเยื่อเมื่อเกิดการบาดเจ็บ
สรุป เมื่อ Collagen Type 1 และ Type 3 ทำงานร่วมกัน จะช่วยเสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและยืดหยุ่น ลดโอกาสเกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อย ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
คุณสมบัติของ Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3
- เสริมโครงสร้างผิวให้แข็งแรงและทนทาน
- เพิ่มความยืดหยุ่น ทำให้ผิวกระชับขึ้น
- ช่วยให้ริ้วรอยและร่องลึกดูจางลง
- ฟื้นฟูผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ
- กระตุ้นการซ่อมแซมผิวและการสร้างเซลล์ใหม่
- เติมความชุ่มชื้น ลดปัญหาผิวแห้ง
- ชะลอการเกิดผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอยก่อนวัย
- ปรับผิวให้เรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอขึ้น
- เสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงขึ้น
Collagen Type 1 กับ Collagen Type 3 ลดลงตอนไหน?
โดยทั่วไป คอลลาเจนในร่างกายจะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 1–2% เมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลงอย่างชัดเจน ส่งผลให้โครงสร้างผิวค่อย ๆ อ่อนแอลง
เมื่อระดับคอลลาเจนลดลง ผิวจะสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่น ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยตามมา โดยมักเริ่มเห็นได้ในบริเวณรอบดวงตา หน้าผาก หางตา ร่องแก้ม และมุมปาก
Collagen ลดลงมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง?
- ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น
ผิวคืนตัวช้าลง เมื่อดึงหรือกดแล้วไม่กระชับเหมือนเดิม - ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น
ผิวดูแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย และระคายเคืองได้ง่าย - เริ่มมีริ้วรอยและร่องลึก
ริ้วรอยเล็ก ๆ ปรากฏชัดขึ้น และอาจพัฒนาเป็นร่องลึก โดยเฉพาะบริเวณที่มีการแสดงสีหน้า - ผิวหย่อนคล้อย ไม่กระชับ
โครงสร้างผิวอ่อนแอลง ทำให้ใบหน้าดูตก กรอบหน้าไม่ชัด - รูขุมขนดูกว้างขึ้น
ผิวขาดการพยุง ทำให้รูขุมขนขยายตัวมากขึ้น - ผิวหมอง ไม่สดใส
การผลัดเซลล์ผิวช้าลง ทำให้ผิวดูโทรม สีผิวไม่สม่ำเสมอ
Collagen ลดลงเกิดจากอะไร?
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่าง อาจทำให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว ได้แก่
- โดนแสงแดดเป็นประจำ
รังสี UV กระตุ้นเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจน ส่งผลให้ผิวหย่อนคล้อยและเกิดริ้วรอยได้ง่าย - เผชิญมลภาวะสะสม
ฝุ่น ควัน และสารเคมี เพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระ ทำลายทั้งคอลลาเจนและอีลาสติน - นอนหลับไม่เพียงพอ
ร่างกายฟื้นฟูผิวได้ไม่เต็มที่ และฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น ส่งผลให้การสร้างคอลลาเจนลดลง - มีความเครียดเรื้อรัง
ระดับคอร์ติซอลที่สูงต่อเนื่อง จะยับยั้งการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวอ่อนแอ - ทานอาหารหวานจัด
น้ำตาลกระตุ้นกระบวนการ Glycation ทำให้เส้นใยคอลลาเจนแข็ง เปราะ และเสื่อมสภาพเร็ว - ดื่มแอลกอฮอล์บ่อย
ทำให้ผิวขาดน้ำ และเพิ่มอนุมูลอิสระ ส่งผลต่อการสร้างคอลลาเจนโดยตรง - สูบบุหรี่
ลดการไหลเวียนเลือดสู่ผิว และเร่งการสลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัยอย่างชัดเจน
Collagen ลดลงเกิดจากอะไร?
การเพิ่มคอลลาเจนสามารถทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์และผลลัพธ์ที่ต้องการ ได้แก่
- การรับประทาน (Oral)
เป็นวิธีที่ทำได้ง่าย เช่น การทานอาหารที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน หรืออาหารเสริม โดยเน้นสารอาหารสำคัญอย่างวิตามินซี วิตามินเอ โปรตีน และไลโคปีน เช่น ปลา ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว และผลไม้ต่าง ๆ วิธีนี้ต้องอาศัยความต่อเนื่อง และใช้เวลาพอสมควรกว่าจะเห็นผล - การทาผิว
ใช้สกินแคร์ที่มีส่วนช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เช่น วิตามินซี เรตินอยด์ เปปไทด์ หรือไนอะซินาไมด์ แม้ใช้ง่าย แต่เนื่องจากโมเลกุลบางชนิดซึมลงผิวได้จำกัด จึงควรใช้ต่อเนื่องเพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจน - การฉีด
เป็นวิธีที่เห็นผลได้เร็วกว่า โดยฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง ช่วยฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย และเพิ่มความกระชับได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละบุคคล
หัตถการกระตุ้น Collagen มีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันมีหัตถการหลายรูปแบบที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงและดูอ่อนเยาว์ โดยแต่ละตัวมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
Sculptra
- สารสำคัญ: Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
- จุดเด่น: กระตุ้น Collagen Type 1 ตามธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูผิวชั้นลึก เพิ่มความแน่นกระชับและความยืดหยุ่น
- เหมาะกับ: ผิวหย่อนคล้อย ขาดคอลลาเจน กรอบหน้าไม่ชัด ริ้วรอยลึก
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 2–3 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: สูงสุดประมาณ 24 เดือน
Radiesse
- สารสำคัญ: Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
- จุดเด่น: กระตุ้น Collagen Type 1, 3 รวมถึงอีลาสติน ช่วยทั้งเติมเต็มและฟื้นฟูผิว
- เหมาะกับ: ผิวขาดวอลลุ่ม ไม่กระชับ มีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 1–3 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: สูงสุดประมาณ 24 เดือน
Ultracol
- สารสำคัญ: Polydioxanone (PDO)
- จุดเด่น: ช่วยกระตุ้น Collagen Type 1 และ 3 พร้อมปรับผิวให้เรียบเนียน กระจ่างใส
- เหมาะกับ: ผิวหมองคล้ำ ไม่เรียบเนียน และเริ่มหย่อนคล้อย
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 3 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: ประมาณ 6–8 เดือน
Profhilo
- สารสำคัญ: Hyaluronic Acid (HA)
- จุดเด่น: ฟื้นฟูผิวแบบ Bio-remodeling กระตุ้นคอลลาเจนหลายชนิด พร้อมเพิ่มความชุ่มชื้น
- เหมาะกับ: ผิวแห้ง ขาดน้ำ รูขุมขนกว้าง และริ้วรอยเล็ก ๆ
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 2 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: ประมาณ 6–9 เดือน
Karisma Rh Collagen
- สารสำคัญ: Rh Collagen + HA + CMC
- จุดเด่น: เสริมและกระตุ้นคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่น ฟู ชุ่มชื้น และยืดหยุ่นขึ้น
- เหมาะกับ: ผิวแห้ง ขาดความกระชับ รูขุมขนกว้าง และผิวโทรม
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 3 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: ประมาณ 6–12 เดือน
Collaju
- สารสำคัญ: Atelocollagen Type 1
- จุดเด่น: เติมเต็มผิวพร้อมกระตุ้นคอลลาเจน เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
- เหมาะกับ: ผิวบาง ขาดความยืดหยุ่น และมีริ้วรอย
- จำนวนครั้ง: ประมาณ 1–2 ครั้ง
- ระยะเวลาอยู่ได้นาน: ประมาณ 4–6 เดือน
จะเห็นได้ว่า Collagen Type 1 และ Type 3 เป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยคงความแข็งแรง ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิวจากภายใน ซึ่งมีส่วนช่วยลดโอกาสการเกิดริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อยก่อนวัย ทำให้ผิวดูสุขภาพดีและอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ
ดังนั้น การดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ทั้งการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำลายคอลลาเจน และเสริมด้วยหัตถการที่ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและยาวนานมากขึ้น
จังหวัดที่เด็กสอบติดมหาวิทยาลัยมากที่สุด
ชื่อภาษาไทยที่ 'โหลที่สุด' ถูกใช้เพื่อตั้งเป็นชื่อจริงมากที่สุดในประเทศ
จังหวัดที่ชื่อเหมือนผลไม้
รู้ก่อนซื้อ น้ำปลาทิพรสขวดเหลืองกับขวดชมพู ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนให้เหมาะกับจานโปรด
ทะเลทรายลุต นรกบนดิน ร้อนกว่า 70 องศาเซลเซียส
จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏมากที่สุด
เกาะที่แออัดที่สุดในโลก
5 ประเทศที่ใช้เงินบาทมากที่สุด
“ลูกท้อ” ผลไม้มงคลของจีน แต่ทำไมคนไทยถึงไม่นำไปไหว้พระ?
ปิดตำนานแมคเคอเรลคางดำ บริษัทรุดเยียวยา-สั่งเก็บสินค้าคืนทั่วประเทศ
เลขบัตรประชาชนแม่นกว่าชื่อ เหตุผลที่ชื่อไทยยังซ้ำกันได้
จังหวัดในไทยที่ไม่มีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ตั้งแอร์ 25 กับ 26 องศา ค่าไฟต่างกันแค่ไหน เรื่องเล็กที่ทำให้เงินในกระเป๋าหายไปหลายพัน
เมื่อรุ่นพี่จอมแซะเจอเด็กใหม่สายฟาด บทเรียนราคาแพงของการ "นินทา" ในที่ทำงาน
อาหารเอเชียที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากที่สุด




